 |
 |
หลายๆคนบอกว่า ชีวิตต้องเป็นไปตามพรหมลิขิต หรือ โชคชะตา เราจึงมักเห็นผู้คนเป็นจำนวนมากใช้ชีวิตแบบเรื่อยเปื่อย
ไร้จุดหมาย
ปล่อยชีวิตให้ขับเคลื่อนไปตาม ยถากรรม หรือฟ้าลิขิต แต่ละวันจึงผ่านไปอย่างเลื่อนลอย
ไร้จุดหมาย
ไร้ความสุข
มีแต่ความเบื่อเซ็ง เพราะไม่มีเป้าหมายให้เล็ง ไม่มีจุดโฟกัสของชีวิต แท้จริงแล้ว
ชีวิตเต็มไปด้วยทางเลือก เราสามารถเลือกที่จะทำ เลือกที่จะเป็น ในสิ่งที่เป็นตัวตนของเรา ใช้ศักยภาพในตัวเรา เป็นในสิ่งที่เราต้องการได้ ขอเพียงให้รู้ว่า สิ่งที่เราต้องการ อย่างแท้จริงนั้น คือสิ่งใด อะไรคือเป้าหมายของชีวิต
แล้วเริ่มต้นวางแผน เพื่อการเดินทางไปสู่จุดหมายปลายทางนั้น
การหลงทางในเส้นทางสายชีวิตก็คงจะไม่เกิดขึ้น
ปรมิตา ลิมปนิลชาติ
จบมาทางด้านสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ จากรั้วเหลืองแดง ในปี 2525 เป็นนักสังคมสงเคราะห์ทางจิตเวช อยู่ในโรงพยาบาลจิตเวช 5 ปี ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิตเกิดขึ้นเมื่อ ลาออกจากราชการ มาผจญกับความท้าทายในโลกกว้างทางธุรกิจ ชีวิตพลิกผันจนแทบจะเสียกระบวน เพราะทุกสิ่งทุกอย่างดูเหมือนจะเปลี่ยนแปลงไปหมด แม้แต่รูปแบบการดำ เนินชีวิต เริ่มต้นงานใหม่ภายหลังออกจากราชการด้วยการเป็นเลขานุการ ตามมาด้วยงาน Admin, Marketing, P.R., customer service, Training, H.R. เปลี่ยนงานบ่อยมาก และทำงานหลากหลายสาขา บางคนมองว่าหางานเก่ง บ้างก็มองว่าจับจด ไม่เพียงแต่เปลี่ยนงาน สายงานก็เปลี่ยนไปด้วยทุกครั้งที่ทำงานในที่ใหม่ ชีวิตมีแต่การเริ่มต้น
และการเรียนรู้ ใหม่ๆ
ปี 2535 เพื่อนชวนไปเรียนปริญญาโททางด้าน Business Communication and Management ที่หอการค้า เรียนอย่างกล้ำกลืนฝืนทนจนสำเร็จ จบมาก็ไม่รู้สึกว่ามีอะไร เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม นอกจากมีปริญญาอีกใบซุกอยู่ในลิ้นชัก แค่นั้นเอง วงจรชีวิตก็ยังคงเหมือนเดิมทุกอย่าง เข้าๆออกๆ เหมือนเดิน Shopping อยู่ในตลาดแรงงาน หางานค่อนข้างเก่ง เลยไม่เคยตกงาน แต่เหนื่อยและล้าอย่างเหลือเกิน
กับชีวิตที่ต้องเริ่มต้นใหม่ครั้งแล้วครั้งเล่า
อย่างไม่มีการปักหลัก
|
|
|
|

ปริญญาตรี สังคมสงเคราะห์ศาสตร์ ม. ธรรมศาสตร์
ปริญญาโท การสื่อสารและการจัดการธุรกิจ
( Business communication & management )
ม. หอการค้าไทย
Yoga for instructor course. มาตรฐานหลักสูตร
Ananda
Marga Yoga Society of Singapore
Yoga for instructor course. มาตรฐานหลักสูตร
สถาบันโยคะวิชาการ ( The Thai Yoga Institute )
อดีตวิทยากรพิเศษ รายการ เติมพลังใจให้กัน,
ผู้หญิงถึงผู้หญิง ช่อง 3, Ninety nine fitness,
Yoga for Life
ช่อง 5 ฯลฯ
ผู้สอน และพัฒนาโปรแกรมฝึกอบรมต่างๆ ที่
บ้านเอื้ออารีย์ ซ. อารีย์สัมพันธ์ 1 ถ. พหลโยธิน
อาจารย์พิเศษวิทยาลัยนานาชาติ
( International Hospitality Management CHN )
ม. รังสิต
สอนโยคะ และจัดฝึกอบรมให้กับหน่วยงาน
และสถาบันต่างๆ
เช่น ศูนย์สุขภาพ สำราญรมย์
ธนาคารไทยพาณิชย์ บริษัทไทยเบฟเวอเรท บริษัท
บางกอกแอร์เวย์ องค์กรสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ฯลฯ
จากประสบการณ์การสอนโยคะ คำถามที่ผู้สอนได้รับอยู่เสมอ ไม่ทางตรงก็ทางอ้อมก็คือ คิดอย่างไรจึงมาสอนโยคะ แรกๆ ผู้สอนก็อึ้งไปเหมือนกัน คำถามในลักษณะนี้ ดูจะเป็นคำถามที่แสนจะธรรมดาและง่ายต่อการหาคำตอบสำหรับคนส่วนใหญ่ แต่กลับเป็นเรื่องยากสำหรับผู้สอน เพราะนับจาก วันที่ตบเท้าออกจากรั้วมหาวิทยาลัย จากรั้วแคบๆ
สังคมแคบๆ
มาสู่โลกอันกว้างใหญ่ จากวันแรกของการทำงาน มาถึงวันที่เริ่มถามตัวเองว่า ชีวิต มีเพียงแค่นี้นะหรือ รู้สึกเหมือนมีบางสิ่งบางอย่างขาดหายไปจากชีวิต ก็เลยเริ่มตามหาในส่วนที่หายไป จนกระทั่งได้คำตอบบางอย่าง เส้นทางจากวันนั้น มาจนถึงวันที่เริ่มมีคำตอบบางอย่างให้กับตัวเอง นับเป็นการเดินทางที่แสนยาวไกล และทรหดที่ต้องใช้เวลากว่าสิบปี
.อีกทั้งบนหนทางที่ก้าวผ่าน ก็พบ เจอแต่ความพลิกผันมาโดยตลอด ก็เลยเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายนักกับคำถามที่ว่านึกอย่างไรจึงมาสอนโยคะ
ผู้สอนอึ้งไปกับคำถามดังกล่าวทุกครั้งที่ถูกถาม เพราะกว่าจะบอกถึงที่มาที่ไป ก็เหมือนต้องเปิดหนังสือเล่มหนา กว่าผู้ถามจะได้คำตอบ ก็ต้องพลิกไปหลาย Chapter ทีเดียว ความจริงแล้ว ผู้สอนก็มิได้มีความตั้งใจมาก่อนว่าจะมาเป็นครูอย่างทุกวันนี้ แต่หลายสิ่งหลายอย่างที่เกิดขึ้นกับชีวิต ดูเหมือนจะค่อยๆผลักดันให้ผู้สอนต้องมา อยู่ในเส้นทางสายนี้ในที่สุด ประสบการณ์ที่ผ่านพบ ดูเสมือนหนึ่งเป็นบทฝึกของความเป็นครู...เป็นบทฝึกเพื่อเตรียมความพร้อม
เป็นบทฝึกที่เคี่ยวให้ผู้สอนเข้าใจชีวิต ในหลากหลายมิติ
|
|